Shoe Fleur: A Footwear Fantasy Music of the week : มันแปลกดีนะ – เรวัต พุทธินันทน์ (2528)

mtu2010

ขอเข้ากระแสกับเค้าหน่อย…..

แทบไม่น่าเชื่อว่าเวปบล๊อกไร้สาระแห่งนี้ไม่เคยเขียนถึงเรื่องการประกวดชุดประจำชาติ

ของนางงามที่จะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดนางงามจักรยาน….เอ้ย ขอโทษครับ

นางงามจักรวาล…..หรือที่เรียกแบบอินเทอร์ว่า…..มิส ยูนิเวิร์สส(กรุณาใส่สำเนียงเวลาอ่านเพื่อความไพเราะ) เลย…

ดูมาก็หลายปีแล้วกับโครงการประกวดชุดประจำชาติที่จะใช้ประกวดนางงามจักรวาล

และปีนี้ผู้ที่ได้รางวัลอันทรงเกียรตินี้คือคุณ พลิน อภิญญากุล กับแนวการออกแบบที่ใช้ชื่อว่า

“สยาม ไอยรา”

Mtu4

mtu3

มีคนถามว่าผมรู้สึกอย่างไรกับงานชิ้นนี้บ้าง….

ผมชอบคอนเซปเรื่อง” ช้าง” ครับ

ส่วนเรื่องรูปแบบชุดหล่ะ….

ก็ดูโก้ดี…แต่ น่าจะออกมาให้เหมือนหรือใกล้เคียงภาพที่นักออกแบบวาดไว้มากที่สุด

เพราะอะไร…..

ขอพูดเรื่องสีชุดก่อนละกัน

โดยเฉพาะสีชุดที่ออกแบบไว้เป็นสีเทาเหมือนสีผิวของช้าง และมีลวดลายไทยในนั้น

ตัดกับสีผ้าแต่ง สีแดงเลือดนกแลดูโก้มาก

ถ้าออกมาได้อย่างภาพฝันจริง ผมว่าจะดูสวย ทันสมัยมาก….

แต่น่าเสียดาย ที่เปลี่ยนสีไปตามวัสดุที่ใช้จริง

ซึ่งก็คือเรื่องผ้า คราวนี้เป็น ” ผ้าโขมพัสตร์” อีกแล้วครับท่าน….โอ้ววว

ที่ว่าอีกแล้วเพราะใช้มาอย่างต่อเนื่องในช่วง 3ปีให้หลัง …

แรกๆก็ว่าดีที่เอาผ้าโขมพัสตร์กลับมาใช้ เพราะถึงจะเป็นผ้าฝ้าย พิมพ์ทอง มีเชิงผ้า

ที่มีลวดลายเอกลักษณ์สวยงาม แต่ถ้าใช้เกือบทุกปีแบบนี้ก็ไม่ไหวนะครับ

“มันเลี่ยน” …ขอร้องเถอะครับ อย่าอ้างว่า เวลาไม่พอ หรือต้นทุนการผลิตสูง!!!

นี่ชุดประจำชาติที่จะไปอวดคนทั้งโลกนะครับท่าน…

ผ้าไทยมีสวยๆอีกตั้งเยอะน่าจะเลือกหยิบมาใช้บ้างก็ดี…ผมว่านะ

Mtu6

ส่วนเรื่องตัวชุด

ดูจากชุดจริงตัวชุดท่อนบนที่เป็นแขนหมูแฮม( Leg-of-Mutton Sleeves)

( แบบเสื้อที่นิยมในราชสำนักสมัยช่วงปลายรัชกาลที่5) แต่มีข้างเดียวซึ่งก็ดูเก๋ไปอีกแบบ…

ช่วงล่างถ้าดูจากภาพอ้างอิงว่าเป็น “โจงกระเบน” ชาวบ้าน

แบบในภาพจิตรกรรมฝาผนัง …

แต่ชุดที่ออกแบบมากับที่เห็นชุดจริงมันไม่ใช่นี่ครับ

ที่เห็นมันเป็นชิ้นสำเร็จรูปที่เอารูปแบบมาจากการนุ่งผ้า 2 ชั้น

ชั้นแรกหรือที่เห็นเป็นขากางเกงออกมานั่นเรียกว่า “สนับเพลา

แล้วนุ่งผ้าจับหยักรั้ง ทับสนับเพลา อีกที การนุ่งแบบนี้จะมีให้เห็นในราชสำนักสมัยโบราณเป็นส่วนใหญ่

หรือในการแสดง มโหรสพ ทั่วไป ….

ส่วนของเตรื่องประดับตั้งแต่ศรีษะ ลงมาถึงเท้า ก็ดูเข้าทีดีนะผมว่า

ถึงแม้จะดูเป็นละครไปหน่อย(อันนี้ดูจากชุดจริงนะ)

การเพิ่มสังวาล ปิดช่วงเอวที่เปลือยเปล่าให้ไม่ดูเรียบง่ายจนเกินไป เข้าท่าดี

ถุงน่อง รองเท้าดูเป็นไปตามภาพเสก็ตที่สุด แต่…..

พอเปลี่ยนสีชุดทั้งหมดเป็นสีตามผ้าโขมพัสตร์แล้วมันดูแปลกๆ ไม่เข้าพวกชอบกล

(ถึงจะมีผ้าสีเทามาแซมใต้หัวเข็มขัดแล้วก็เถอะ)

สัดส่วนการใช้สีที่มากกว่า 2 สีบนชุดเลยดูขัดๆไป…..

mtu5

ส่วนที่เกินความจำเป็นคง เป็น ตาลปัตรพัดโบก อะไรนั่น ไม่ต้องก็ได้นะครับ

เพราะความเป็นช้างมันแทบไม่เหลือแล้ว(นอกจากหัวที่เป็นเหมือน “งวงช้าง” เหอะๆ)

ผมว่ามันเยอะมากแล้วในตัวชุด…..เพราะมีผ้ายาวที่ห้อยลากพื้นไปข้างหล้งเพิ่มความสง่าแล้ว

(เดี๋ยวจะกลายเป็นลิเกหลงโรงไปนะจ๊ะ :P )

จะได้พรีเซนต์ชุดให้ออกมาเต็มที่เวลาเดินโชว์…

ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ไม่ได้มีเจตนาจะมาต่อว่าอะไร

แต่เป็นการติเพื่อก่อ……..

เพราะเท่าที่ดูชุดจากหลายปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นหลายอย่างเกี่ยวกับนักออกแบบไทย

โดยเฉพาะรุ่นใหม่ๆ……

ผมไม่ทราบว่าในหลักสูตรการเรียนแฟชั่นในปัจจุบัน

นักเรียนได้เรียนประวัติศาสตร์แฟชั่นหรือความเป็นมาของเครื่องนุ่งห่มแต่ละยุค

แต่ละสมัยของไทย อาทิ ทวาราวดี ศรีวิชัย เป็นต้น บ้างหรือเปล่า

มีนักออกแบบแฟชั่นไทยกี่คนที่ นุ่งโจงกระเบนเป็นจริงๆและรู้ว่าโจงกระเบนมีกี่แบบ

ที่ไม่ใช่เด็กที่เรียนนาฏศิลป์มา…….อันนี้ก็น่าคิด

เตรื่องประดับต่างๆอาทิ ทับทรวง สังวาล ปั้นเหน่ง( อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ มันคือ หัวเข็มขัด)

ต่างๆเหล่านี้ได้ออกแบบมาโดยได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร

ถึงได้มีเส้นสาย ลวดลายที่อ่อนช่อย เป็นเอกลักษณ์ สมเป็นลายไทย….

แต่ที่ต้องพูดอย่างนี้เพราะ สิ่งที่เขียนไปทั้งหมด มันคือ”รากเหง้า” ของเราเอง

ตลอดเวลาที่ตัวเองทำงานเสื้อผ้ามาก็ไม่มากและก็ไม่น้อย

คอยสังเกตุตลอดว่าจะมีการพัฒนาเรื่องเหล่านี้บ้างรึปล่าว….ขอบอกเลยว่า…

เวลายิ่งผ่านไป ทุกอย่างก็ยิ่งดูเลือนลาง….

ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็คงเหมือนคำถามที่เคยมีนักเรียนคนหนึ่งในคลาสออกแบบ

ที่ผม(เคย)รับผิดชอบอยู่ถามผมว่า…

นอกจากภาษาไทยที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติแล้ว

แฟชั่นไทยที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติอยู่ที่ไหน………ฝากไว้ให้คิดนะครับ

ก่อนที่เราจะเรียนแฟชั่นตะวันตกกัน เรารู้จักแฟชั่นของบ้านเราเองดีแค่ไหน!

ยกตัวอย่างง่ายๆ ดีไซเนอร์อังกฤษ พูดได้ว่าเกือบทุกคน

ถ้าดูให้ดี ไม่ว่าวิเวียน เวสต์วุด นักออกแบบรุ่นใหญ่  แบรนด์หรูอย่าง เบลอเบอรี่ ที่ฮิตลายตารางกันนักหนา ไล่มาจนถึง

อเล็กซานเดอร์ แมคควีน ที่เพิ่งเสียชีวิตไป งานออกแบบของเค้าเกือบทั้งหมด ล้วนอยู่บนพื้นฐานเสื้อผ้าในแบบอังกฤษดั้งเดิมทั้งสิ้น….

คุณที่เป็นคนไทย ด้วยกายและจิตวิญญาณเท่านั้นที่รู้คำตอบนี้ ว่าความเป็นไทยของเราอยู่ที่ไหน……….

ตามหามันให้เจอและวันนั้นแฟชั่นไทยก็จะออกมาโชว์ให้โลกเห็นว่า ….สไตล์แบบไทยเป็นยังงัย

ฝากไว้ด้วยนะครับสำหรับนักออกแบบแฟชั่นไทยรุ่นใหม่ๆทุกท่าน เพราะคุณคืออนาคตของชาติ….

ปล.หูย……มาดูอีกที วันนี้เขียนเยอะ ยีดยาว บ่นอะไรไร้สาระอีกแล้วนะเรา

ส่วนตัวไม่ใช่ผู้ชำนาญโดยตรงเรื่องชุดไทย แต่ในฐานะที่เป็นคนไทยเลยพยายามหาความรู้เพิ่มเติม

อยู่เรื่อยๆ และคิดว่าคงเรียนไม่หมดในชาตินี้แน่ อิอิ แต่ก็ยังอยากรุ้อยู่ดี….

หิวแล้ว ไปหาช้าวแช่ชาววังแถวบางลำภู ตามด้วยขนมกลีบลำดวนอันหอมหวลกิน มื้อเที่ยงนี้ดีกว่า  :P

mtu1

*** ขอขอบคุณ ภาพจาก NationMultimedia.com, MTU.Ch7.com

Related Posts with Thumbnails
  • Share/Bookmark

4 Responses to “ชุดแต่งกายประจำชาติ มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2553”

  1. avatar Foxy Lady พูดว่า:

    ชื่อภาษาอังกฤษของชุด…”Khan Kluay : The Revenge”

    แนวคิด – จับใจความหลังจากที่”ก้านกล้วย”ตายในสนามรบ “ชบาแก้ว”ตัดสินใจปลอมเป็นช้างพลายเข้าสมัครรบ แต่ในสนามรบนั้น”ชบาแก้ว”เพลี้ยงพล้ำตกเป็นของช้างพม่าในสนามรบ

    วัสดุ – ใช้ของตามที่ในร้านมีและหาของฟรีมาได้ นอกนั้นไปช๊อปที่ร้าน”สยุมพร”อีกนิดหน่อย

  2. avatar AlterEgo พูดว่า:

    แหมคุณ Foxy ก้อนะ เวลามีน้อย งบไม่พอ แค่นี้ก็งามละครับ

  3. avatar Foxy Lady พูดว่า:

    ช่องเจ็ดคงไม่ใช่ไม่มีงบกับเวลาหรอกค่ะ..ดิฉันว่า แล้วดิฉันก็ว่าอีกได้ว่า..ตัวคนจัดก็รู้อยู่แก่ใจในงานที่ออกมา แต่สาเหตุจริงๆคงต้องจ้างนักสืบค่ะ อาจซับซ้อนเกินแก่ที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้

  4. avatar AlterEgo พูดว่า:

    หรือว่า………… “ผ้าโขมพัสตร์” เป็นสปอนเซอร์ผ้าครับ เลยใช้ซะ 3 ปีรวดติดกัน 2008, 2009, 2010!…..
    อันนี้ก็น่าคิด!!!

© 2010 AlterEgoBkk Suffusion WordPress theme by Sayontan Sinha
Theme Tweaker by Unreal