ขอเข้ากระแสกับเค้าหน่อย…..
แทบไม่น่าเชื่อว่าเวปบล๊อกไร้สาระแห่งนี้ไม่เคยเขียนถึงเรื่องการประกวดชุดประจำชาติ
ของนางงามที่จะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดนางงามจักรยาน….เอ้ย ขอโทษครับ
นางงามจักรวาล…..หรือที่เรียกแบบอินเทอร์ว่า…..มิส ยูนิเวิร์สส(กรุณาใส่สำเนียงเวลาอ่านเพื่อความไพเราะ) เลย…
ดูมาก็หลายปีแล้วกับโครงการประกวดชุดประจำชาติที่จะใช้ประกวดนางงามจักรวาล
และปีนี้ผู้ที่ได้รางวัลอันทรงเกียรตินี้คือคุณ พลิน อภิญญากุล กับแนวการออกแบบที่ใช้ชื่อว่า
“สยาม ไอยรา”
มีคนถามว่าผมรู้สึกอย่างไรกับงานชิ้นนี้บ้าง….
ผมชอบคอนเซปเรื่อง” ช้าง” ครับ
ส่วนเรื่องรูปแบบชุดหล่ะ….
ก็ดูโก้ดี…แต่ น่าจะออกมาให้เหมือนหรือใกล้เคียงภาพที่นักออกแบบวาดไว้มากที่สุด
เพราะอะไร…..
ขอพูดเรื่องสีชุดก่อนละกัน
โดยเฉพาะสีชุดที่ออกแบบไว้เป็นสีเทาเหมือนสีผิวของช้าง และมีลวดลายไทยในนั้น
ตัดกับสีผ้าแต่ง สีแดงเลือดนกแลดูโก้มาก
ถ้าออกมาได้อย่างภาพฝันจริง ผมว่าจะดูสวย ทันสมัยมาก….
แต่น่าเสียดาย ที่เปลี่ยนสีไปตามวัสดุที่ใช้จริง
ซึ่งก็คือเรื่องผ้า คราวนี้เป็น ” ผ้าโขมพัสตร์” อีกแล้วครับท่าน….โอ้ววว
ที่ว่าอีกแล้วเพราะใช้มาอย่างต่อเนื่องในช่วง 3ปีให้หลัง …
แรกๆก็ว่าดีที่เอาผ้าโขมพัสตร์กลับมาใช้ เพราะถึงจะเป็นผ้าฝ้าย พิมพ์ทอง มีเชิงผ้า
ที่มีลวดลายเอกลักษณ์สวยงาม แต่ถ้าใช้เกือบทุกปีแบบนี้ก็ไม่ไหวนะครับ
“มันเลี่ยน” …ขอร้องเถอะครับ อย่าอ้างว่า เวลาไม่พอ หรือต้นทุนการผลิตสูง!!!
นี่ชุดประจำชาติที่จะไปอวดคนทั้งโลกนะครับท่าน…
ผ้าไทยมีสวยๆอีกตั้งเยอะน่าจะเลือกหยิบมาใช้บ้างก็ดี…ผมว่านะ
ส่วนเรื่องตัวชุด
ดูจากชุดจริงตัวชุดท่อนบนที่เป็นแขนหมูแฮม( Leg-of-Mutton Sleeves)
( แบบเสื้อที่นิยมในราชสำนักสมัยช่วงปลายรัชกาลที่5) แต่มีข้างเดียวซึ่งก็ดูเก๋ไปอีกแบบ…
ช่วงล่างถ้าดูจากภาพอ้างอิงว่าเป็น “โจงกระเบน” ชาวบ้าน
แบบในภาพจิตรกรรมฝาผนัง …
แต่ชุดที่ออกแบบมากับที่เห็นชุดจริงมันไม่ใช่นี่ครับ
ที่เห็นมันเป็นชิ้นสำเร็จรูปที่เอารูปแบบมาจากการนุ่งผ้า 2 ชั้น
ชั้นแรกหรือที่เห็นเป็นขากางเกงออกมานั่นเรียกว่า “สนับเพลา“
แล้วนุ่งผ้าจับหยักรั้ง ทับสนับเพลา อีกที การนุ่งแบบนี้จะมีให้เห็นในราชสำนักสมัยโบราณเป็นส่วนใหญ่
หรือในการแสดง มโหรสพ ทั่วไป ….
ส่วนของเตรื่องประดับตั้งแต่ศรีษะ ลงมาถึงเท้า ก็ดูเข้าทีดีนะผมว่า
ถึงแม้จะดูเป็นละครไปหน่อย(อันนี้ดูจากชุดจริงนะ)
การเพิ่มสังวาล ปิดช่วงเอวที่เปลือยเปล่าให้ไม่ดูเรียบง่ายจนเกินไป เข้าท่าดี
ถุงน่อง รองเท้าดูเป็นไปตามภาพเสก็ตที่สุด แต่…..
พอเปลี่ยนสีชุดทั้งหมดเป็นสีตามผ้าโขมพัสตร์แล้วมันดูแปลกๆ ไม่เข้าพวกชอบกล
(ถึงจะมีผ้าสีเทามาแซมใต้หัวเข็มขัดแล้วก็เถอะ)
สัดส่วนการใช้สีที่มากกว่า 2 สีบนชุดเลยดูขัดๆไป…..
ส่วนที่เกินความจำเป็นคง เป็น ตาลปัตรพัดโบก อะไรนั่น ไม่ต้องก็ได้นะครับ
เพราะความเป็นช้างมันแทบไม่เหลือแล้ว(นอกจากหัวที่เป็นเหมือน “งวงช้าง” เหอะๆ)
ผมว่ามันเยอะมากแล้วในตัวชุด…..เพราะมีผ้ายาวที่ห้อยลากพื้นไปข้างหล้งเพิ่มความสง่าแล้ว
(เดี๋ยวจะกลายเป็นลิเกหลงโรงไปนะจ๊ะ
)
จะได้พรีเซนต์ชุดให้ออกมาเต็มที่เวลาเดินโชว์…
ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ไม่ได้มีเจตนาจะมาต่อว่าอะไร
แต่เป็นการติเพื่อก่อ……..
เพราะเท่าที่ดูชุดจากหลายปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นหลายอย่างเกี่ยวกับนักออกแบบไทย
โดยเฉพาะรุ่นใหม่ๆ……
ผมไม่ทราบว่าในหลักสูตรการเรียนแฟชั่นในปัจจุบัน
นักเรียนได้เรียนประวัติศาสตร์แฟชั่นหรือความเป็นมาของเครื่องนุ่งห่มแต่ละยุค
แต่ละสมัยของไทย อาทิ ทวาราวดี ศรีวิชัย เป็นต้น บ้างหรือเปล่า
มีนักออกแบบแฟชั่นไทยกี่คนที่ นุ่งโจงกระเบนเป็นจริงๆและรู้ว่าโจงกระเบนมีกี่แบบ
ที่ไม่ใช่เด็กที่เรียนนาฏศิลป์มา…….อันนี้ก็น่าคิด
เตรื่องประดับต่างๆอาทิ ทับทรวง สังวาล ปั้นเหน่ง( อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ มันคือ หัวเข็มขัด)
ต่างๆเหล่านี้ได้ออกแบบมาโดยได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร
ถึงได้มีเส้นสาย ลวดลายที่อ่อนช่อย เป็นเอกลักษณ์ สมเป็นลายไทย….
แต่ที่ต้องพูดอย่างนี้เพราะ สิ่งที่เขียนไปทั้งหมด มันคือ”รากเหง้า” ของเราเอง
ตลอดเวลาที่ตัวเองทำงานเสื้อผ้ามาก็ไม่มากและก็ไม่น้อย
คอยสังเกตุตลอดว่าจะมีการพัฒนาเรื่องเหล่านี้บ้างรึปล่าว….ขอบอกเลยว่า…
เวลายิ่งผ่านไป ทุกอย่างก็ยิ่งดูเลือนลาง….
ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็คงเหมือนคำถามที่เคยมีนักเรียนคนหนึ่งในคลาสออกแบบ
ที่ผม(เคย)รับผิดชอบอยู่ถามผมว่า…
นอกจากภาษาไทยที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติแล้ว
แฟชั่นไทยที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติอยู่ที่ไหน………ฝากไว้ให้คิดนะครับ
ก่อนที่เราจะเรียนแฟชั่นตะวันตกกัน เรารู้จักแฟชั่นของบ้านเราเองดีแค่ไหน!
ยกตัวอย่างง่ายๆ ดีไซเนอร์อังกฤษ พูดได้ว่าเกือบทุกคน
ถ้าดูให้ดี ไม่ว่าวิเวียน เวสต์วุด นักออกแบบรุ่นใหญ่ แบรนด์หรูอย่าง เบลอเบอรี่ ที่ฮิตลายตารางกันนักหนา ไล่มาจนถึง
อเล็กซานเดอร์ แมคควีน ที่เพิ่งเสียชีวิตไป งานออกแบบของเค้าเกือบทั้งหมด ล้วนอยู่บนพื้นฐานเสื้อผ้าในแบบอังกฤษดั้งเดิมทั้งสิ้น….
คุณที่เป็นคนไทย ด้วยกายและจิตวิญญาณเท่านั้นที่รู้คำตอบนี้ ว่าความเป็นไทยของเราอยู่ที่ไหน……….
ตามหามันให้เจอและวันนั้นแฟชั่นไทยก็จะออกมาโชว์ให้โลกเห็นว่า ….สไตล์แบบไทยเป็นยังงัย
ฝากไว้ด้วยนะครับสำหรับนักออกแบบแฟชั่นไทยรุ่นใหม่ๆทุกท่าน เพราะคุณคืออนาคตของชาติ….
ปล.หูย……มาดูอีกที วันนี้เขียนเยอะ ยีดยาว บ่นอะไรไร้สาระอีกแล้วนะเรา
ส่วนตัวไม่ใช่ผู้ชำนาญโดยตรงเรื่องชุดไทย แต่ในฐานะที่เป็นคนไทยเลยพยายามหาความรู้เพิ่มเติม
อยู่เรื่อยๆ และคิดว่าคงเรียนไม่หมดในชาตินี้แน่ อิอิ แต่ก็ยังอยากรุ้อยู่ดี….
หิวแล้ว ไปหาช้าวแช่ชาววังแถวบางลำภู ตามด้วยขนมกลีบลำดวนอันหอมหวลกิน มื้อเที่ยงนี้ดีกว่า
*** ขอขอบคุณ ภาพจาก NationMultimedia.com, MTU.Ch7.com








ชื่อภาษาอังกฤษของชุด…”Khan Kluay : The Revenge”
แนวคิด – จับใจความหลังจากที่”ก้านกล้วย”ตายในสนามรบ “ชบาแก้ว”ตัดสินใจปลอมเป็นช้างพลายเข้าสมัครรบ แต่ในสนามรบนั้น”ชบาแก้ว”เพลี้ยงพล้ำตกเป็นของช้างพม่าในสนามรบ
วัสดุ – ใช้ของตามที่ในร้านมีและหาของฟรีมาได้ นอกนั้นไปช๊อปที่ร้าน”สยุมพร”อีกนิดหน่อย
แหมคุณ Foxy ก้อนะ เวลามีน้อย งบไม่พอ แค่นี้ก็งามละครับ
ช่องเจ็ดคงไม่ใช่ไม่มีงบกับเวลาหรอกค่ะ..ดิฉันว่า แล้วดิฉันก็ว่าอีกได้ว่า..ตัวคนจัดก็รู้อยู่แก่ใจในงานที่ออกมา แต่สาเหตุจริงๆคงต้องจ้างนักสืบค่ะ อาจซับซ้อนเกินแก่ที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้
หรือว่า………… “ผ้าโขมพัสตร์” เป็นสปอนเซอร์ผ้าครับ เลยใช้ซะ 3 ปีรวดติดกัน 2008, 2009, 2010!…..
อันนี้ก็น่าคิด!!!